24 อันดับพาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก [อัปเดตปี 2025]
บทความนี้พาไปสำรวจ 24 อันดับพาสปอร์ตที่ทรงพลังที่สุดในโลกในปี 2025 โดยอ้างอิงจาก Henley Passport Index ทีได้รับการยอมรับในระดับสากล
ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ พาสปอร์ตกลายเป็นสิ่งที่ทรงอิทธิพลมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันไม่ได้เป็นแค่หนังสือเดินทางเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพลังทางการทูต ความมั่นคงทางการเมือง และภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานานาชาติ พาสปอร์ตที่ “ทรงพลัง” หมายถึง พาสปอร์ตที่ผู้ถือสามารถเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ได้มากโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า หรือขอวีซ่าเมื่อเดินทางถึง
บทความนี้พาไปสำรวจ 24 อันดับพาสปอร์ตที่ทรงพลังที่สุดในโลกในปี 2025 โดยอ้างอิงจาก Henley Passport Index ซึ่งใช้ข้อมูลจาก IATA (International Air Transport Association) ที่น่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับในระดับสากล
อันดับ 1 (ร่วม): ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสเปน
เดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าหรือขอวีซ่าหน้าด่านได้: 194 ประเทศ
ในปี 2025 ทั้ง 6 ประเทศนี้ครองตำแหน่งพาสปอร์ตทรงพลังที่สุดของโลกร่วมกัน โดยสามารถเดินทางเข้าสู่เกือบทุกประเทศทั่วโลกได้โดยง่าย
- ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ครองอันดับสูงสุดมาหลายปี ด้วยเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและการทูตที่โดดเด่น
- ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน แสดงให้เห็นถึงพลังของสหภาพยุโรปที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอันมั่นคงกับนานาประเทศ
ทำไมถึงอยู่อันดับ 1:
ประเทศเหล่านี้มีเสถียรภาพทางการเมือง ระบบเศรษฐกิจเข้มแข็ง และภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ ทำให้ประเทศต่าง ๆ ไว้วางใจให้เข้าออกได้โดยไม่ยุ่งยาก
อันดับ 2 (ร่วม): ฟินแลนด์ เกาหลีใต้ สวีเดน
เดินทางได้: 193 ประเทศ
กลุ่มอันดับ 2 ประกอบด้วยประเทศที่มีมาตรฐานชีวิตสูง และนโยบายต่างประเทศที่สงบ เป็นมิตร
- เกาหลีใต้ เติบโตทั้งทางเศรษฐกิจและการทูตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับประเทศในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ฟินแลนด์และสวีเดน เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปที่ได้รับความเคารพในฐานะประเทศที่สงบและทันสมัย
ข้อได้เปรียบ:
พาสปอร์ตจากประเทศเหล่านี้สามารถเดินทางได้ทั่วทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชียส่วนใหญ่
อันดับ 3 (ร่วม): ออสเตรีย เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์
เดินทางได้: 192 ประเทศ
แม้จะอยู่ในอันดับที่สาม แต่ยังคงสามารถเดินทางได้ทั่วโลกโดยแทบไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
- ไอร์แลนด์ ได้เปรียบจากความสัมพันธ์กับทั้งสหราชอาณาจักรและ EU
- ออสเตรียและเนเธอร์แลนด์ มีการเมืองมั่นคงและมีบทบาททางการทูตในหลายภูมิภาค
- เดนมาร์ก มีชื่อเสียงในด้านนโยบายเป็นกลางและความร่วมมือกับนานาชาติ
อันดับ 4 (ร่วม): เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก โปรตุเกส สหราชอาณาจักร นอร์เวย์
เดินทางได้: 191 ประเทศ
แม้ สหราชอาณาจักร จะออกจาก EU แล้ว แต่ยังคงรักษาพาสปอร์ตที่ทรงพลังไว้ได้
- เบลเยียม โปรตุเกส และลักเซมเบิร์ก เป็นประเทศขนาดเล็กแต่มีพลังการทูตสูง
- นอร์เวย์ แม้ไม่ใช่สมาชิก EU แต่เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความเป็นกลางและนโยบายต่างประเทศเชิงบวก
อันดับ 5 (ร่วม): ออสเตรเลีย กรีซ นิวซีแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก โปแลนด์
เดินทางได้: 190 ประเทศ
กลุ่มนี้เป็นการผสมผสานของประเทศในยุโรปและประเทศในซีกโลกใต้
- ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มีชื่อเสียงในด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และความร่วมมือระหว่างประเทศ
- โปแลนด์ กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจและมีบทบาทในสหภาพยุโรปมากขึ้น
- สวิตเซอร์แลนด์ มีสถานะเป็นกลางและมีข้อตกลงการเดินทางกับประเทศต่าง ๆ
ทำไม “พาสปอร์ต” ถึงสำคัญ
พาสปอร์ตที่ทรงพลังให้สิทธิประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น:
- ✅ เดินทางง่ายขึ้น: ไม่ต้องเสียเวลาขอวีซ่าล่วงหน้า
- ✅ ประหยัดค่าใช้จ่าย: ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมขอวีซ่า
- ✅ โอกาสทางธุรกิจ: เหมาะสำหรับผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจที่ต้องเดินทางบ่อย
- ✅ ความปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน: หากเกิดภัยสงครามหรือความไม่สงบ พาสปอร์ตดีช่วยให้เดินทางออกประเทศได้สะดวก
- ✅ สถานะทางสังคม: สะท้อนถึงประเทศต้นทางที่มั่นคง น่าเชื่อถือ
แล้วพาสปอร์ตไทยอยู่ตรงไหน?
แม้ประเทศไทยจะไม่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก แต่พาสปอร์ตไทยก็ยังถือว่า “ทรงพลังในระดับกลาง” และใช้งานได้ดีพอสมควรสำหรับประชากรที่ต้องการเดินทางระหว่างประเทศ
ในปี 2025 พาสปอร์ตไทยอยู่อันดับประมาณที่ 64 (ตามการจัดอันดับของ Henley Passport Index)
สามารถเดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า หรือขอวีซ่าเมื่อเดินทางถึงได้กว่า 80 ประเทศ ซึ่งรวมถึงหลายประเทศในเอเชีย อเมริกาใต้ และบางประเทศในแอฟริกา เช่น:
- ญี่ปุ่น (ไม่ต้องขอวีซ่า)
- เกาหลีใต้ (ไม่ต้องขอวีซ่า)
- บราซิล (ไม่ต้องขอวีซ่า)
- คาซัคสถาน (ไม่ต้องขอวีซ่า)
- ตุรกี (ไม่ต้องขอวีซ่า)
- เซเชลส์ (ขอวีซ่าหน้าด่าน)
- อินโดนีเซีย / มาเลเซีย / สิงคโปร์ (ไม่ต้องขอวีซ่า — ด้วยความเป็นสมาชิกอาเซียน)
จุดอ่อนของพาสปอร์ตไทย คือไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศเชงเก้น (ยุโรปส่วนใหญ่), อังกฤษ, แคนาดา หรือออสเตรเลียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ซึ่งมักต้องผ่านขั้นตอนเอกสารและสัมภาษณ์
อย่างไรก็ตาม: ไทยกำลังเจรจาความร่วมมือกับหลายประเทศเพื่อขยายข้อตกลงยกเว้นวีซ่า เช่น สหภาพยุโรป และการยื่นขอเข้าร่วมโครงการ US Visa Waiver Program (VWP) ในอนาคตอาจทำให้พาสปอร์ตไทยมีอันดับสูงขึ้น
แนวโน้มที่ส่งผลต่ออันดับพาสปอร์ตในปี 2025
- 📌 การฟื้นตัวหลังโควิด: ประเทศต่าง ๆ กลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยว ทำให้หลายพาสปอร์ตกลับมาแข็งแกร่ง
- 📌 การเมืองระหว่างประเทศ: ความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีมีผลต่อข้อตกลงวีซ่า
- 📌 ความร่วมมือในระดับภูมิภาค: เช่น EU และเขตเชงเก้น (Schengen) ยังคงเป็นจุดแข็งของยุโรป
- 📌 ภาพลักษณ์ของผู้ถือพาสปอร์ต: ประเทศที่ประชากรมีความรับผิดชอบในการเดินทางจะได้รับสิทธิ์มากขึ้น
แล้วพาสปอร์ตที่ “ไม่ทรงพลัง” ล่ะ?
ขณะที่บางประเทศสามารถเดินทางได้เกือบทุกแห่งในโลก บางประเทศกลับมีข้อจำกัดสูงมาก เช่น:
- 🇦🇫 อัฟกานิสถาน: เข้าได้เพียงประมาณ 28 ประเทศเท่านั้น
- 🇸🇾 ซีเรีย และ 🇮🇶 อิรัก: ผู้ถือพาสปอร์ตมักต้องขอวีซ่าล่วงหน้าทุกประเทศ
ประเทศเหล่านี้มักมีปัญหาภายใน เช่น สงคราม ความไม่มั่นคงทางการเมือง หรือปัญหาผู้อพยพ
สรุป: พาสปอร์ต = สิทธิพิเศษระดับโลก
พาสปอร์ตที่ทรงพลังไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็น “สิทธิพิเศษ” ที่บอกถึงสถานะและความน่าเชื่อถือของประเทศที่เราเป็นพลเมือง
ในปี 2025 ประเทศจากยุโรปและเอเชียยังคงครองอันดับต้น ๆ โดยมีญี่ปุ่น สิงคโปร์ และกลุ่มประเทศ EU เป็นผู้นำ
รู้หรือไม่?
- ✳️ ถือสองสัญชาติ ช่วยให้คุณเลือกใช้พาสปอร์ตที่สะดวกที่สุดในการเดินทาง
- ✳️ ประเทศอย่างไอร์แลนด์และโปรตุเกส เปิดโอกาสให้คนที่มีเชื้อสายสามารถขอสัญชาติได้
- ✳️ บางประเทศมีโครงการลงทุนเพื่อขอสัญชาติ เช่น มอลตา หรือแอนติกา
หากคุณเป็นนักเดินทางหรือนักธุรกิจที่ต้องการอิสระในการเดินทาง การเข้าใจเรื่องพาสปอร์ตคือกุญแจสำคัญในการเปิดโลกให้กว้างขึ้นกว่าเดิม.
